สถานที่มหัศจรรย์ ที่ไม่คิดว่าจะมีในโลก

เกาะโซโคตร้า (Socotra Island)

b741bd5b72052354f571c58905a8f119_665223.jpg

เกาะโซโคตร้า เป็นเกาะที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในบรรดาเกาะทั้ง 4 ของประเทศเยเมน ในมหาสมุทรอินเดีย เกาะแห่งนี้เป็นเกาะที่แสนสงบและมีภูมิประเทศ ภูมิอากาศเฉพาะตัว ทำให้เหมาะแก่การเติบโตของพืชสายพันธุ์แปลก ๆ ที่หาชมไม่ได้ที่ไหน เพราะมีรูปร่างหน้าตาแปลกประหลาดกว่าพืชชนิดอื่นบนโลก ซึ่งต้นไม้บางต้นคงอยู่บนเกาะนี้มานานกว่า 20 ล้านปีแล้ว จากความงดงามและความแปลกประหลาดของพืชพรรณชนิดต่าง ๆ เหล่านี้เองที่ทำให้เกาะแห่งนี้ดูราวกับเป็นสถานที่บนดาวดวงอื่น และเกาะโซโคตร้าแห่งนี้ก็ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโกแล้ว เมื่อเดือนกรกฎาคม ค.ศ. 2008

Neuschwanstein ปราสาทเทพนิยาย นอยชวานสไตน์europtrip-up-to-castle-914.jpgneuschwanstein-castle-germany

ปราสาทนอยชวานสไตน์สร้างขึ้นบนยอดเขาลูกนึง ที่รายล้อมด้วยภูมิทัศน์ที่สวยงามของเทือกเขาแอลป์และทะเลสาบด้านล่าง จุดประสงค์ของการสร้างปราสาทนี้เพื่อให้ผสานกลมกลืนไปกับธรรมชาติอันงดงามรอบด้าน ปกติการสร้างปราสาทจะต้องมีสวนที่สวยงามเป็นบริเวณกว้าง มีการสร้างบ่อน้ำพุในสวน แต่นอยชวานสไตน์ไม่จำเป็นต้องมีสวน เพราะมีธรรมชาติอันน่าอัศจรรย์รายล้อมอยู่แล้ว ไม่ต้องมีน้ำพุเพราะมีน้ำตกทางธรรมชาติอยู่ใกล้ ๆปราสาทนี้สร้างขึ้นโดยพระเจ้าลุดวิกที่ 2 แห่งรัฐบาวาเรีย (มีพระชนม์ชีพระหว่าง 25 สิงหาคม พ.ศ. 2388 – 13 มิถุนายน พ.ศ. 2429) ในสมัยนั้นเยอรมันยังไม่ได้รวมกันเป็นประเทศอย่างในปัจจุบัน แคว้นเล็กๆต่างปกครองกันเอง มีกษัตริย์ของตัวเอง กษัตริย์ลุดวิกทรงขึ้นครองราชย์ตั้งแต่พระชนมายุเพียง 18 ชันษา เป็นกษัตริย์อารมณ์ศิลป์ สนใจศิลปะ ดนตรี และวรรณกรรม มากกว่าจะสนใจปกครองบ้านเมือง ทรงนิยมสร้างปราสาท หลงไหลในตำนานพื้นบ้านเกี่ยวกับเทพของเยอรมันและพวกไวกิ้ง และชื่นชอบอุปรากรของริชาร์ด วากเนอร์ (Richard Wagner) เป็นชีวิตจิตใจ จนพวกขุนนางทนไม่ไหว ตั้งข้อหาสติวิปลาส แล้วปลดพระองค์ลงจากตำแหน่ง หลังจากนั้นไม่กี่วันก็มีคนพบพระศพจมน้ำตายอย่างปริศนา

Glow worm cave ประเทศนิวซีแลนด์

bb8aeeb7002577a97fb3fa184ecb3a21.jpg14

เหมือนดาวอยู่ใกล้แค่เอื้อมในถ้ำสุดมหัศจรรย์แห่งนี้ “Waitomo Glowworm Caves” หรือถ้าแปลตรงตัวก็คือ “ถ้ำหนอนเรืองแสง” ตั้งอยู่ที่เกาะเหนือ ทางตอนใต้ของเมืองไวกาโต ประเทศนิวซีแลนด์ คำว่า Waitomo แปลว่า น้ำที่ลอดผ่านถ้ำ ซึ่งเป็นชื่อที่มาจากลักษณะทางกายภาพภายในถ้ำที่มีสายน้ำไหลผ่าน และสิ่งที่ทำให้หลายคนต้องตกตลึงเมื่อเข้าไปสู่ถ้ำแห่งนี้ ก็คือ แสงระยิบระยับ จนเหมือนว่ากำลังมองดูดวงดาวบนฟ้าในยามค่ำคืน โดยสาเหตุของแสงที่ว่านี้ก็เนื่องมาจาก หนอนเรืองแสง ที่อยู่ภายในถ้ำนั่นเอง

Panjin Red Beach ประเทศจีน

panjin-red-beach-china-1.jpg

ในช่วงฤดูใบไม้ร่วงนั้น เมืองจีนจะมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจอยู่หลายแห่ง วันนี้เราขอเสนอ “หาดสีแดงแห่งเมืองผานจิ่น” (Panjin Red Beach) หาดแห่งนี้ตั้งอยู่ในเขตเมืองผานจิ่น (Panjin) ในมณฑลเหลียวหนิง (Liaoning) ของจีน หาดแห่งนี้จะเปลี่ยนเป็นสีแดงสดในช่วงฤดูใบไม้ร่วง (เดือนกันยายน – พฤศจิกายน)

เนื่องด้วยสภาพดินบริเวณนี้ค่อนข้างเค็มจัด ส่งผลให้หญ้าที่อยู่บริเวณนี้เปลี่ยนสภายจากสีเขียวกลายเป็นสีแดงสด แต่จะเปลี่ยนแค่ในช่วงฤดูใบไม่ร่วงเท่านั้น ส่งผลให้ชายหาดแห่งนี้กลายสภาพเป็น “หาดสีแดง” อย่างที่เห็นกัน หาดสีแดงแห่งเมืองผานจิ่น ยังเป็นแหล่งธรรมชาติที่มีความอุดมสมบูรณ์ เป็นที่อยู่อาศัยของนกชนิดต่างๆ กว่า 200 สายพันธ์ เช่น นกป่า นกกระเรียน นกนางนวล เป็นต้น

ปัจจุบันหาดสีแดงแห่งเมืองผานจิ่น ได้กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของจีน และดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกให้เข้ามาเยือน

Tunnel of Love in Klevan ประเทศยูเครน

6.JPG

Tunnel-of-Love-in-Ukraine-7.jpg

ทางรถไฟสุดมหัศจรรย์ ปกคลุมด้วย อุโมงค์ต้นไม้ สุดร่มรื่นแห่งนี้ เกิดจากการรังสรรค์ของธรรมชาติ ต้นไม้สองข้างทางโอบล้อมเข้าหากัน สร้างร่มเงาตลอดเส้นทาง ได้รับการขนานนามว่าเป็น Tunnel of Love หรืออุโมงค์ แห่งรัก กลายเป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวอันดึงดูดใจ แม้จะอยู่ในเมืองเล็กๆ อย่าง Kleven ประเทศยูเครน

เส้นทางรถไฟ ภายใต้ อุโมงค์แห่งรัก นั้น มีระยะทาง 3 กิโลเมตร มีรถไฟวิ่งผ่านเพียงไม่กี่ขบวน เพราะเป็นทางรถไฟส่วนบุคคลซึ่งใช้สำหรับวิ่งขนส่งสินค้าจากโรงงานไม้อัดแห่งหนึ่ง วันละ 3 เวลา ในฤดูใบไม้ผลิ อุโมงค์แห่งรัก จะได้รับการมาเยือนจากบรรดาคู่รัก เพราะถือเป็นหนึ่งสถานที่ที่มีความโรแมนติก

Salar De Uyuni ประเทศโบลิเวีย ผืนฟ้าจรดผืนโลก

img_5536

ซาลาร์ เดอ อูยูนี (Salar de Uyuni) ตั้งอยู่ในภาคตะวันตกเฉียงใต้ของโบลิเวีย ห่างจากกรุงลาปาซเมืองหลวงของโบลิเวียประมาณ 185 ไมล์ค่ะ สำหรับประเทศโบลิเวีย (Bolivia) นั้นนับว่าเป็นประเทศที่ไม่มีทางออกสู่ทะเล ซึ่งโดยแต่เดิมนั้นโบลิเวียเคยเป็นส่วนหนึ่งของจักรวรรดิอินคา ในคริสต์ศตวรรษที่ 16 มาก่อน ซึ่งโดดเด่นในเรื่องของสถานที่ท่องเที่ยวแปลกๆ และก็คงหนีไม่พ้น ทะเลเกลือที่ซาลาร์ เดอ อูยูนี ซึ่งถ้าว่ากันตามจริงแล้ว ที่ราบเกลือ หรือทะเลเกลือลักษณะแบบนี้มีอยู่หลายแห่งด้วยกัน แต่ด้วยความที่ทะเลเกลือซาลาร์ เดอ อูยูนีนั้นมีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก โดยมีอาณาเขตกว้างใหญ่ไพศาลมากถึง 10,582 ตารางกิโลเมตรเลยทีเดียว ทำให้เราสามารถมองที่ราบสีขาวโพลนนี้ไปไกลสุดลูกหูลูกตาได้ด้วยความอะเมซซิ่ง

credit travel.mthai

smartherocam

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s